กรุงเทพทิพโอสถ
สั่งซื้อและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ  จันทร์ - เสาร์  ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:00 น.    โทร.  02 441 4966 |   AIS: 062 - 232 - 3959 | TRUE: 063 - 929 - 2649

Copyright © 2020 BangkokTip O-Sod Co. Ltd. All rights reserved.

Thailand Post's Track & Trace system  -   ติดตาม สถานะการจัดส่งพัสดุทางไปรษณีย์ กดที่นี่

บทสัมภาษณ์ไทยรัฐ จากใจผู้บริหาร กรุงเทพทิพโอสถ

 

ในวันที่ท้อแท้ ไม่ว่าเหตุจะมาจากความป่วยกาย หรือป่วยใจ มีสองสิ่งเท่านั้นที่ช่วยให้มนุษย์อย่างเรายืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง หนึ่งคือ ‘ความหวัง’ และสองคือ ‘กำลังใจ’ ด้วยความหวังและกำลังใจเท่านั้นที่จะทำให้เราก้าวข้ามผ่านปัญหาทุกอย่างตรงหน้าไปได้อย่างมีสติ และพร้อมจะหาทางรับมือให้ดีที่สุด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะหนักหนาเพียงใดก็ตาม

 

การมีโอกาสได้ซึมซับพลังบวกจากความหวังและกำลังใจของผู้ป่วยที่เข้ามาขอคำแนะนำในการรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย ทำให้ คุณเกศสรินทร์ ตันสุวรรณรัตน์ แสงอุทัย และ คุณกันต์ ตันสุวรรณรัตน์รองกรรมการผู้จัดการ และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายผลิต บริษัท กรุงเทพทิพโอสถ จำกัด (ตามลำดับ) รับรู้ได้ว่างานที่ตนเองกำลังทำซึ่งสานต่อจากครอบครัวนั้นเป็นงานที่มีคุณค่าอย่างมาก ใช่เพียงแค่การผลิตยาจากตำรับยาไทยที่ผ่านวิจัยมายาวนานนั้น แต่ยังหมายถึงคุณค่าจากการที่มีส่วนสำคัญในการมอบความหวังและกำลังใจแก่ผู้คน

 

“จริงๆ เมื่อป่วย คนทุกคนก็มักจะเศร้าเป็นธรรมดา ไม่เพียงแค่ผู้ป่วยเท่านั้น แต่คนในครอบครัว หรือแม้แต่คนใกล้ชิดก็พลอยเศร้าตามไปด้วย ยิ่งหากเป็นโรคร้ายด้วยแล้ว กำลังใจก็อาจหดหาย เพราะฉะนั้นการทำยาจึงไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การรักษา แต่คือการช่วยให้คนข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก และการหมดพลังใจแบบนั้นไปให้ได้ด้วย การเสริมกำลังใจให้กับคนอื่นก็เหมือนเป็นบุญกุศลสำหรับตัวเราเอง เมื่อก่อนยังไม่เข้าใจเรื่องนี้มากนัก จนกระทั่งมีโอกาสเข้ามาสานต่อสิ่งที่คุณพ่อ (พลเรือเอกสุวรรณ ตันสุวรรณรัตน์) ริเริ่มไว้ จึงเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ที่ผ่านมาเรามีโอกาสพบเจอคนที่เป็นโรคหลายโรค แต่พอเอ่ยถึงโรคมะเร็ง หรือใครสักคนรับรู้ว่าตัวเขาหรือคนใกล้ชิดเป็นมะเร็ง มันจะเหมือนกับว่าโลกทั้งโลกตรงหน้าเขาถล่มลง เขาจะจิตใจห่อเหี่ยวถึงที่สุด มะเร็งเป็นโรคที่กระทบกระเทือนจิตใจคนอย่างมาก และที่ได้สัมผัสมา หลายคนยิ่งรู้สึกแย่กับโรค ก็ยิ่งไม่มีสติว่าจะเดินต่อไปทางไหนดี แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ สิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับผู้ป่วย ไม่ใช่เพียงแค่ยาหรือการรักษา แต่มันคือ ความหวังและกำลังใจ ด้วยเหตุนี้เราจึงอยากสร้างสรรค์และนำเสนอเรื่องราวที่จะสามารถส่งต่อกำลังใจไปให้ผู้ป่วยทุกคนได้ ขนาดคนที่เป็นโรคร้ายแรงขนาดนั้น เขายังหายได้ แล้วคุณล่ะ จะละทิ้งความหวังไปอย่างนั้นหรือ

 

จริงๆ แล้วเราอยากสื่อสารไปถึงคนทุกคนด้วยเหมือนกัน แม้คุณจะไม่ใช่ผู้ป่วย แต่เป็นผู้ที่กำลังตกอยู่ในภาวะหมดกำลังใจ คุณก็ต้องมีความหวังที่จะก้าวข้ามไปให้ได้ ดิฉันเชื่อว่าเมื่อได้ดูวิดีโอชุดนี้ คุณจะมีกำลังใจและเดินผ่านมันไปได้ เพราะชีวิตย่อมมีทางเลือกอื่นให้เดินต่อไปเสมอ หากตั้งสติได้คุณจะมองเห็น ไม่ใช่เพียงแค่โรคร้าย แต่หมายถึงทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ถ้ามีความหวัง มีกำลังใจ และไม่ยอมแพ้ คุณจะผ่านมันไปได้ในที่สุด”

 

คุณเกศสรินทร์และคุณกันต์ เล่าว่า เหตุผลที่ทำให้ริเริ่มสร้างสรรค์และเผยแพร่วิดีโอชุดนี้ ก็เพราะตัวเองและทุกคนในบริษัท กรุงเทพทิพโอสถ คือผู้ที่ได้รับกำลังใจและพลังบวกเหล่านี้มาก่อน จากการที่มีผู้ป่วยและผู้ใช้ยาโทรศัพท์เข้ามาขอบคุณ จากสิ่งที่ไม่ได้คาดหวังจะได้รับ กลายเป็นกำลังใจในการทำงาน ด้วยเหตุนี้จึงปรารถนาจะสร้างสิ่งดีๆ เพื่อตอบแทน ซึ่งสิ่งที่หยิบยื่นคืนกลับให้แก่กันและกันได้ทรงอานุภาพที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ กำลังใจ

 

“ด้วยความที่เราเป็นบริษัทที่พยายามจะใกล้ชิดกับลูกค้า เราจึงเปิดคอลเซ็นเตอร์ที่มีแพทย์แผนไทยประยุกต์คอยให้คำปรึกษากับผู้ป่วย ทั้งเรื่องโรคภัยและเรื่องการใช้ยา ปรากฏว่าสิ่งที่เราได้รับกลับมาสิ่งหนึ่งกลับเป็นกำลังใจจากพลังใจของผู้ป่วย ปกติแล้วแพทย์แผนไทยซึ่งทำงานอยู่ในส่วนนี้จะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้พูดคุยกับคนที่โทรศัพท์เข้ามา ซึ่งมีหลายคนโทรศัพท์มาเพื่อจะขอบคุณ บางคนพอได้เห็นว่าตัวเองอาการดีขึ้นก็รู้สึกดีมากๆ และอยากเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยคนอื่นๆ สำหรับเรา การได้รับพลังบวกเหล่านี้ มันคือความปีติ และถ้าทำได้ก็อยากส่งต่อพลังใจผ่านความหวังและกำลังใจ ออกไปในวงกว้างมากขึ้น

 

เป้าหมายวิดีโอชุดนี้จึงเป็นการให้กำลังใจ โดยได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริง จากเหตุการณ์หนึ่ง ที่เราเองก็เคยได้รับกำลังใจนั้นมาก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องของน้องคนหนึ่งซึ่งมีก้อนเนื้อกดทับสมอง ทำให้เขาเดินไม่ได้ มองไม่เห็น แต่เขามีความหวังว่าจะต้องหาย เพราะเขาอยากลุกขึ้นมาเล่นฟุตบอลกับเพื่อนให้ได้ น้องไม่เคยหมดกำลังใจ และโชคดีที่มีคุณแม่คอยดูแล ทำให้มีกำลังใจที่จะอยู่เคียงข้างกัน เพื่อข้ามผ่านมันไปให้ได้ เราทราบว่าน้องหายเพราะวันหนึ่งมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาหาที่บริษัทพร้อมไข่ไก่ที่เขาเก็บมาเอง เขามาเพื่อขอบคุณ เขาบอกว่าจำผมได้ไหม ผมหายแล้ว ผมลุกขึ้นมาเล่นฟุตบอลกับเพื่อนได้แล้ว

 

แม่ของน้องเล่าให้ฟังว่า สิ่งเดียวที่น้องมีในช่วงนั้น คือ ความหวัง เขาหวังว่าเขาจะต้องหาย เขาเชื่อมั่นมาก และนั่นเป็นพลังบวกให้เขาหาย สำหรับเราแล้ว สิ่งนี้เป็นความรู้สึกที่มีค่ามาก เราได้รับรู้และรู้สึกว่าเรามีกำลังใจในสิ่งที่ทำอยู่มาก และอยากส่งต่อสิ่งดีๆ ด้วยทางเลือกอื่นต่อไปสำหรับใครอีกหลายๆ คน จริงๆ เรื่องนี้คือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกยืนหยัดอยู่ในวงการแพทย์แผนไทยได้ เพราะได้เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ”

 

คงเพราะเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นี้จึงทำให้ทุกคนใน ‘กรุงเทพทิพโอสถ’ เองก็ยังมุ่งมั่นทำในสิ่งที่พวกเขาเชื่อและส่งต่อสิ่งเหล่านั้นต่อไปยังผู้คนที่เห็นคุณค่าของมัน คุณกันต์ได้ให้แง่คิดและมุมมองของคนรุ่นใหม่ไว้ว่า

 

“โดยส่วนตัวเมื่อก่อนผมก็ไม่ได้เห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เป็นพิเศษ ยิ่งเราเป็นคนรุ่นใหม่ เราก็ลืมมองคุณค่าของความเป็นไทยที่อยู่ใกล้ตัวเรา คุณพ่อเคยพูดว่าคนไทยและเมืองไทยมีของดีมากมาย แต่คนไทยลืม แล้วก็มัวแต่ไปเดินตามคนอื่น ในวันที่เข้ามาทำงานนี้ผมเริ่มได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เราทำมากขึ้น จริงๆ สิ่งหนึ่งที่เราทำคือการสื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ให้มองเห็นสิ่งเหล่านี้มากขึ้น กระจายความเชื่อให้คนรุ่นใหม่”

 

“จริงๆ เราเองก็คือผู้ที่ได้รับกำลังใจมาเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่เราอยากทำที่สุดก็คือการส่งต่อกำลังใจ ตอนนี้สิ่งที่คาดหวังมากที่สุดคือ อยากให้ทุกคนมีความหวังและกำลังใจต่อสู้ ทั้งโรคร้ายและเรื่องร้าย ชีวิตคนเรามีทางเลือกเสมอค่ะ เมื่อเจอปัญหาอยากให้ตั้งสติ แล้วคุณจะพบชีวิตยังมีความหวัง และทางเลือกที่ดีก็เป็นได้”

 

และนี่คือความมุ่งมั่นและตั้งใจ ที่กรุงเทพทิพโอสถ ได้นำเสนอผ่านเรื่องราว ในวีดีโอตัวล่าสุดนี้ เพื่อเสริมกำลังใจให้คนไทยทุกคน ได้ก้าวผ่านเรื่องร้ายๆ ไปให้ได้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีความหวัง และใช้ชีวิตต่อไปให้สวยงามที่สุด

 

และนี่คือความมุ่งมั่นและตั้งใจ ที่กรุงเทพทิพโอสถ ได้นำเสนอผ่านเรื่องราว ในวีดีโอตัวล่าสุดนี้ เพื่อเสริมกำลังใจให้คนไทยทุกคน ได้ก้าวผ่านเรื่องร้ายๆ ไปใ

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1034722 

 

Please reload