top of page

สะเก็ดเงิน "ไม่ติดต่อ" แต่ความเข้าใจผิดทำร้ายคน

  • กรุงเทพทิพโอสถ
  • 15 มิ.ย.
  • ยาว 2 นาที
สะเก็ดเงินไม่ติดต่อและหายได้

โรคสะเก็ดเงิน หรือ Psoriasis เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “ติดต่อได้” เพราะผื่นมักเห็นชัด มีลักษณะหนา แดง เป็นขุย คัน หรือบางครั้งแตกจนมีเลือดออกได้ แต่ในทางการแพทย์ โรคสะเก็ดเงิน ไม่ใช่โรคติดเชื้อ และ ไม่สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัส จับมือ กอด ใช้ของร่วมกัน หรืออยู่ใกล้กันได้ (National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases, 2023)


สาเหตุของโรคสะเก็ดเงินไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ความสกปรก หรือการดูแลตัวเองไม่ดี แต่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานมากเกินไป ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ จนสะสมเป็นผื่นหนาและมีการอักเสบ ปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น ความเครียด การติดเชื้อบางชนิด การบาดเจ็บของผิวหนัง การสูบบุหรี่ หรือโรคอ้วน อาจกระตุ้นให้อาการกำเริบได้ (Boehncke and Schön, 2015; National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases, 2023)

สิ่งที่ติดต่อได้ไม่ใช่โรค แต่คือ “ความเข้าใจผิด”

แม้โรคสะเก็ดเงินจะไม่ติดต่อ แต่ผู้ป่วยจำนวนมากกลับต้องเผชิญสายตา การหลีกเลี่ยง และคำถามที่ทำให้รู้สึกเหมือนตนเองเป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง องค์การอนามัยโลกระบุว่าโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยถูกตีตรา ถูกแยกออกจากสังคม รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ และมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้ามากขึ้น (World Health Organization, 2016)


งานวิจัยใน Journal of the American Academy of Dermatology พบว่า ทัศนคติเชิงลบต่อผู้ป่วยสะเก็ดเงินยังพบได้มากในสังคม โดยในกลุ่มประชาชนทั่วไป 39.4% ไม่ต้องการจับมือกับผู้ป่วย 32.3% ไม่ต้องการให้ผู้ป่วยเข้ามาในบ้าน และ 27.3% เชื่อมโยงผู้ป่วยกับภาพจำว่าโรคนี้ “ติดต่อได้” (Pearl et al., 2019) ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โรคเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความไม่รู้ซึ่งทำให้ผู้ป่วยถูกกันออกจากความสัมพันธ์ปกติในชีวิตประจำวัน


ในมุมของผู้ป่วยเอง งานวิจัยพบว่าผู้ป่วยสะเก็ดเงินจำนวนมากรู้สึกว่าตนเองถูกตีตรา สิ่งที่รบกวนใจมากที่สุดคือการถูกคนอื่นจ้องมองผิวหนัง ความรู้สึกอับอาย ความกลัวการถูกปฏิเสธ และความรู้สึกว่าตนเองแตกต่างจากคนอื่น ซึ่งสัมพันธ์กับความเครียด อาการซึมเศร้า อาการคัน และคุณภาพชีวิตที่ลดลง (Hrehorów et al., 2012)


ที่น่าเจ็บปวดคือ ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้รอให้คนอื่นพูดหรือแสดงท่าทีรังเกียจก่อน แต่พวกเขา “คาดไว้ล่วงหน้า” แล้วว่าจะถูกมองอย่างไร งานวิจัยปี 2020 พบว่า ผู้ป่วยสะเก็ดเงิน 66.98% คาดว่าคนอื่นจะมองผิวหนังของตนว่า “ติดต่อได้” เมื่อเห็นรอยโรคบนผิวหนัง (Wan et al., 2020) ความกลัวนี้อาจทำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ไม่กล้าแต่งตัวเปิดผิว ไม่กล้าไปว่ายน้ำ ไม่กล้าจับมือ หรือไม่กล้าใกล้ชิดกับคนอื่น ทั้งที่ในความเป็นจริง พวกเขาไม่ได้แพร่โรคให้ใคร

โรคสะเก็ดเงินจึงไม่ได้กระทบแค่ผิวหนัง แต่กระทบศักดิ์ศรี ความมั่นใจ และความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย

ข้อมูลจากการสำรวจผู้ป่วยในฝรั่งเศสปี 2024 พบว่าโรคสะเก็ดเงินมีผลต่อชีวิตระยะยาวอย่างชัดเจน โดยกระทบต่อชีวิตสังคม กิจกรรมทางกาย ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิต ผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่าครึ่งรายงานว่าตนเคยเผชิญตราบาปจากการถูกมองว่าเป็นโรคติดต่อ ไม่สะอาด หรือไม่น่าปรารถนา (Quiles-Tsimaratos et al., 2024)


ดังนั้น การบอกว่า “โรคสะเก็ดเงินไม่ติดต่อ” จึงไม่ใช่แค่ข้อมูลทางการแพทย์ แต่เป็นข้อความสำคัญที่ช่วยคืนความมั่นใจและศักดิ์ศรีให้ผู้ป่วย เพราะทุกครั้งที่สังคมเข้าใจถูก ผู้ป่วยก็มีโอกาสใช้ชีวิตได้อย่างปกติมากขึ้น


สิ่งที่เราควรจำให้ขึ้นใจคือ ผู้ป่วยสะเก็ดเงินไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้สกปรก และไม่ได้เป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง พวกเขาเป็นเพียงคนคนหนึ่งที่กำลังอยู่กับโรคเรื้อรัง ซึ่งต้องการการรักษา ความเข้าใจ และการยอมรับ ไม่ใช่การหลีกเลี่ยง


การจับมือกับผู้ป่วยสะเก็ดเงินไม่ทำให้ติดโรคการนั่งใกล้ผู้ป่วยสะเก็ดเงินไม่ทำให้ติดโรคการใช้ชีวิตร่วมกับผู้ป่วยสะเก็ดเงินไม่ทำให้ติดโรค

แต่การตัดสินจากสิ่งที่เห็นภายนอก อาจทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดลึกกว่าผื่นบนผิวหนัง


ท้ายที่สุด การรักษาโรคสะเก็ดเงินไม่ได้มีแค่ยา ครีม หรือแสงบำบัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความเข้าใจในสังคมด้วย เมื่อคนรอบข้างรู้ว่าโรคนี้ไม่ติดต่อ ผู้ป่วยก็จะไม่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความกลัว ความอาย หรือการถูกผลักออกจากพื้นที่ปกติของมนุษย์

เพราะโรคสะเก็ดเงินไม่ติดต่อ แต่ส่งต่อความเมตตาและความเข้าใจกันได้

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ

ยาประดง 100 แคปซูล
THB 1,050.00
ดูผลิตภัณฑ์

🌿 ยาประดง กรุงเทพทิพโอสถ


ตำรับยาในแนวทางเวชศาสตร์แผนไทยผสานสมุนไพรหลายชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยฟอกเลือด ฟอกน้ำเหลือง และเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดการของเสียและลดการอักเสบจากภายใน


ประดงช่วยได้อย่างไร?


  • ฟอกเลือดและน้ำเหลืองให้สะอาด: ช่วยให้ระบบไหลเวียนทำงานดีขึ้น ลดการสะสมของเสียที่อาจกระตุ้นการอักเสบ

  • ส่งเสริมการขับของเสียผ่านระบบขับถ่าย: ลดภาระของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ต้องตอบสนองเกินความจำเป็น

  • เสริมภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ: เมื่อภูมิแข็งแรง ร่างกายจะสามารถจัดการเชื้อโรคและของเสียได้ดีขึ้น ลดโอกาสเกิดฝีซ้ำ

  • สมุนไพรบางชนิดมีฤทธิ์ลดหนองและการอักเสบโดยตรง เช่น ขมิ้นชัน เจตมูลเพลิง และรากช้าพลู


การดูแลสุขภาพโดยรวม

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เราควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ การดื่มน้ำให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงความเครียดก็เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้


การปรึกษาแพทย์

หากคุณมีอาการฝีซ้ำซาก หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้ฟรี! เพราะเราคือ


กรุงเทพทิพโอสถ "เคียงข้าง...ทุกลมหายใจ"


LINE OA: @bangkoktiposod  

โทร. 02-441-4966 ถึง 67


Reference List

American Academy of Dermatology Association (n.d.) Psoriasis: Overview. Available at: https://www.aad.org/public/diseases/psoriasis/what/overview (Accessed: 15 June 2026).

Boehncke, W.H. and Schön, M.P. (2015) ‘Psoriasis’, The Lancet, 386(9997), pp. 983–994. doi: 10.1016/S0140-6736(14)61909-7.

Hrehorów, E., Salomon, J., Matusiak, L., Reich, A. and Szepietowski, J.C. (2012) ‘Patients with psoriasis feel stigmatized’, Acta Dermato-Venereologica, 92(1), pp. 67–72. doi: 10.2340/00015555-1193.

National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases (2023) Psoriasis. Available at: https://www.niams.nih.gov/health-topics/psoriasis (Accessed: 15 June 2026).

Pearl, R.L., Wan, M.T., Takeshita, J. and Gelfand, J.M. (2019) ‘Stigmatizing attitudes toward persons with psoriasis among laypersons and medical students’, Journal of the American Academy of Dermatology, 80(6), pp. 1556–1563. doi: 10.1016/j.jaad.2018.08.014.

Quiles-Tsimaratos, N., Gherardi, A., Crochard, A., Hueber, M., Pain, E., Vives, A. and Villani, A.P. (2024) ‘The patient’s perspective on the burden of psoriasis: findings based on the ROCQ, an online survey’, European Journal of Dermatology, 34(1), pp. 59–67. doi: 10.1684/ejd.2024.4606.

Wan, M.T., Pearl, R.L., Chiesa Fuxench, Z.C., Takeshita, J. and Gelfand, J.M. (2020) ‘Anticipated and perceived stigma among patients with psoriasis’, Journal of Psoriasis and Psoriatic Arthritis, 5(3), pp. 93–99. doi: 10.1177/2475530320924009.

World Health Organization (2016) Global report on psoriasis. Geneva: World Health Organization. Available at: https://www.who.int/publications/i/item/9789241565189 (Accessed: 15 June 2026).

bottom of page