top of page

"รังสีแกมมา กับ ความปลอดภัยยาสมุนไพร"

  • กรุงเทพทิพโอสถ
  • 27 พ.ค.
  • ยาว 2 นาที
รังสีแกมมากับยาสมุนไพร

เมื่อพูดถึง “ยาสมุนไพร” หลายคนมักนึกถึงภูมิปัญญาไทย วัตถุดิบจากธรรมชาติ และตำรับยาที่ถูกส่งต่อกันมายาวนาน แต่ในอีกด้านหนึ่ง การผลิตยาสมุนไพรในปัจจุบันไม่ได้อาศัยเพียงความรู้ดั้งเดิมเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ มาตรฐานความสะอาด ความปลอดภัย และความสม่ำเสมอของคุณภาพในทุกล็อตการผลิต


หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องเทศ และสมุนไพรทั่วโลก คือ การฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมา หรือ Gamma Irradiation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ รา และเชื้อก่อโรคบางชนิด โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเหมือนการต้ม นึ่ง หรืออบ


สำหรับ บริษัท กรุงเทพทิพโอสถ เรานำเทคโนโลยีนี้มาใช้เป็นหนึ่งในกระบวนการดูแลคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงผู้บริโภคมีความสะอาด ปลอดภัย และมีมาตรฐานที่เหมาะสมกับการผลิตในยุคปัจจุบัน


รังสีแกมมาคืออะไร อธิบายง่าย ๆ

ลองนึกภาพว่าเราต้องการทำให้วัตถุดิบสมุนไพรสะอาดขึ้น โดยไม่อยากใช้ความร้อนสูง เพราะความร้อนอาจกระทบกับคุณสมบัติบางอย่างของสมุนไพร


การฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมาทำงานคล้ายกับการใช้ “พลังงานที่มองไม่เห็น” ผ่านเข้าไปในผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่อาจปนเปื้อนอยู่ในวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ โดยพลังงานนี้จะเข้าไปทำให้จุลินทรีย์ไม่สามารถเจริญเติบโตหรือเพิ่มจำนวนได้ตามปกติ


พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ

รังสีแกมมาเป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานรังสีเพื่อช่วยลดเชื้อ เหมือนการใช้แสงหรือพลังงานชนิดหนึ่งในการดูแลความสะอาดของผลิตภัณฑ์

หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหาร เช่น FDA ของสหรัฐอเมริกาและ IAEA อธิบายตรงกันว่า การฉายรังสีอาหารไม่ได้ทำให้อาหารกลายเป็นกัมมันตรังสี และโดยทั่วไปไม่ทำให้รสชาติ เนื้อสัมผัส หรือรูปลักษณ์เปลี่ยนแปลงอย่างสังเกตได้ง่าย


ทำไมสมุนไพรจึงต้องมีขั้นตอนช่วยลดเชื้อ

สมุนไพรจำนวนมากมาจากธรรมชาติ เช่น ราก ใบ เปลือก ลำต้น ดอก หรือผล ซึ่งผ่านการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว ตากแห้ง บด ผสม และบรรจุ ระหว่างทางอาจมีจุลินทรีย์จากดิน ฝุ่น ความชื้น อากาศ หรือสภาพแวดล้อมเข้ามาปนเปื้อนได้


แม้สมุนไพรจะผ่านการคัดเลือกและควบคุมคุณภาพแล้ว แต่ในระดับอุตสาหกรรม การดูแลเพียงขั้นตอนเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีระบบควบคุมหลายชั้น ตั้งแต่การคัดวัตถุดิบ การตรวจสอบคุณภาพ การผลิตที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในขั้นตอนที่เหมาะสม


ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องเทศ และสมุนไพรทั่วโลก การฉายรังสีถูกใช้เพื่อช่วยลดเชื้อก่อโรค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน และช่วยรักษาคุณภาพของสินค้า โดย IAEA ระบุว่ามีมากกว่า 60 ประเทศที่มีกฎระเบียบอนุญาตให้ใช้การฉายรังสีกับอาหาร


ตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ

ลองนึกถึงสมุนไพรบดต่าง ๆ วัตถุดิบเหล่านี้มีกลิ่นและสารสำคัญเฉพาะตัว หากใช้ความร้อนสูงมากเพื่อฆ่าเชื้อ อาจทำให้กลิ่นเปลี่ยน สีเปลี่ยน หรือคุณภาพบางอย่างลดลงได้


การฉายรังสีแกมมาจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับวัตถุดิบประเภทแห้ง เพราะเป็นกระบวนการที่ไม่ต้องทำให้ผลิตภัณฑ์ร้อนจัดเหมือนการนึ่งหรืออบฆ่าเชื้อ


ในงานวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรไทย 17 ชนิด พบว่าการฉายรังสีแกมมาในระดับที่ศึกษา สามารถลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ได้ และในงานทดลองนั้นรายงานว่าสี กลิ่น และเนื้อสัมผัสของสมุนไพรยังคงปกติ


กรุงเทพทิพโอสถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่ออะไร

สำหรับบริษัท กรุงเทพทิพโอสถ การนำกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการผลิต ไม่ใช่เพราะต้องการเปลี่ยนธรรมชาติของสมุนไพร แต่เพื่อ

เพิ่มความมั่นใจในความสะอาดและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

พูดง่าย ๆ คือ เราต้องการให้สมุนไพรที่ผ่านการผลิตแล้วมีคุณภาพที่เหมาะสมต่อการบริโภคมากยิ่งขึ้น โดยยังคงให้ความสำคัญกับตำรับยา วัตถุดิบ และคุณค่าของสมุนไพรตามแนวทางของบริษัท


เทคโนโลยีนี้จึงเป็นเหมือน “ด่านเสริมด้านความปลอดภัย” ในกระบวนการผลิต ไม่ใช่การทดแทนการคัดเลือกวัตถุดิบ ไม่ใช่การแก้ปัญหาความไม่สะอาด แต่เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ช่วยยกระดับมาตรฐานให้ครบถ้วนขึ้น


เรายังคงให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ได้แก่ การคัดเลือกวัตถุดิบสมุนไพร, การควบคุมกระบวนการผลิต, การตรวจสอบคุณภาพ, การควบคุมความสะอาด และการใช้เทคโนโลยีช่วยลดการปนเปื้อนในขั้นตอนที่เหมาะสม


แล้วผลิตภัณฑ์จะมี “รังสีตกค้าง” หรือไม่

คำถามนี้เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย และเป็นเรื่องที่ควรอธิบายอย่างตรงไปตรงมา

คำตอบคือ การฉายรังสีแกมมาไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์กลายเป็นสารกัมมันตรังสี และไม่ได้มีรังสีตกค้างอยู่ในผลิตภัณฑ์

หลักการคือ ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ถูกผสมกับสารกัมมันตรังสี แต่เป็นการนำผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการที่ใช้พลังงานรังสีในปริมาณที่ควบคุม เพื่อให้เกิดผลในการลดจุลินทรีย์ คล้ายกับการที่เรานำของไปผ่านแสง UV หรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อบางประเภท พลังงานทำหน้าที่ระหว่างกระบวนการ แต่ไม่ได้ทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นแหล่งกำเนิดรังสี


FDA ของสหรัฐอเมริการะบุว่า การฉายรังสีไม่ได้ทำให้อาหารกลายเป็นกัมมันตรังสี ไม่ลดคุณค่าทางโภชนาการอย่างมีนัยสำคัญ และไม่ทำให้รสชาติ เนื้อสัมผัส หรือรูปลักษณ์เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด


ทำไมไม่ใช้วิธีต้ม นึ่ง หรืออบฆ่าเชื้อแทน

การใช้ความร้อนเป็นวิธีที่หลายคนคุ้นเคย เช่น การพาสเจอร์ไรซ์ การนึ่ง หรือการอบ แต่สำหรับสมุนไพรบางชนิด ความร้อนและความชื้นอาจส่งผลต่อคุณภาพได้ เช่น สีของสมุนไพรอาจเปลี่ยน, กลิ่นธรรมชาติอาจลดลง, ความชื้นอาจเพิ่มขึ้น, สารสำคัญบางกลุ่มอาจไวต่อความร้อน, ลักษณะของผงหรือเนื้อผลิตภัณฑ์อาจเปลี่ยนไป


ดังนั้นในผลิตภัณฑ์สมุนไพรบางประเภท การใช้รังสีแกมมาจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดเชื้อได้โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูง เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการรักษาคุณลักษณะเดิมของสมุนไพรให้มากที่สุด


CDC อธิบายว่า food irradiation ถือเป็น “cold method” หรือวิธีที่ไม่ใช้ความร้อนในการฆ่าเชื้อ แตกต่างจากกระบวนการอย่างการพาสเจอร์ไรซ์หรือการบรรจุกระป๋องที่ใช้ความร้อน


เทคโนโลยีนี้มีมาตรฐานรองรับหรือไม่

การฉายรังสีอาหารและวัตถุดิบไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ และไม่ได้เป็นกระบวนการที่ทำกันโดยไม่มีหลักเกณฑ์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานสากลรองรับ


Codex Alimentarius ซึ่งเป็นมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศของ FAO/WHO มีมาตรฐานเกี่ยวกับอาหารฉายรังสี โดยระบุแหล่งรังสีที่สามารถใช้ได้ เช่น รังสีแกมมา X-ray และ electron beam รวมถึงแนวทางการควบคุมปริมาณรังสีให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์


ในประเทศไทยเองก็มีหน่วยงานที่ให้บริการฉายรังสีในระดับอุตสาหกรรม เช่น สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ หรือ TINT ซึ่งระบุว่ามีบริการฉายรังสีแกมมาสำหรับกลุ่มสินค้า เช่น อาหารแปรรูป สมุนไพร เครื่องเทศ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ


สรุป: ภูมิปัญญาสมุนไพรไทย ผสานมาตรฐานการผลิตยุคใหม่

ยาสมุนไพรเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป มาตรฐานการผลิตก็ต้องพัฒนาไปด้วย


การที่บริษัท กรุงเทพทิพโอสถนำเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมาเข้ามาใช้ จึงไม่ใช่การทำให้สมุนไพร “ผิดธรรมชาติ” แต่เป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยดูแลความสะอาดและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ดียิ่งขึ้น


เรายังคงเคารพในคุณค่าของสมุนไพร ตำรับยา และภูมิปัญญาดั้งเดิม ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตที่ผู้บริโภคยุคใหม่ควรได้รับ


เพราะสำหรับเรา ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ดี ไม่ได้มีเพียงตำรับที่ดีเท่านั้น แต่ต้องมาพร้อมความสะอาด ความปลอดภัย และความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต

ยาประดง กรุงเทพทิพโอสถ ใช้เทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมาเป็นหนึ่งในขั้นตอนของกระบวนการผลิต เพื่อเสริมความมั่นใจด้านความสะอาด ความปลอดภัย และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย
ยาประดง 100 แคปซูล
THB 1,050.00
ดูผลิตภัณฑ์

🌿 ยาประดง กรุงเทพทิพโอสถ


ตำรับยาในแนวทางเวชศาสตร์แผนไทยผสานสมุนไพรหลายชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยฟอกเลือด ฟอกน้ำเหลือง และเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดการของเสียและลดการอักเสบจากภายใน


ประดงช่วยได้อย่างไร?


  • ฟอกเลือดและน้ำเหลืองให้สะอาด: ช่วยให้ระบบไหลเวียนทำงานดีขึ้น ลดการสะสมของเสียที่อาจกระตุ้นการอักเสบ

  • ส่งเสริมการขับของเสียผ่านระบบขับถ่าย: ลดภาระของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ต้องตอบสนองเกินความจำเป็น

  • เสริมภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ: เมื่อภูมิแข็งแรง ร่างกายจะสามารถจัดการเชื้อโรคและของเสียได้ดีขึ้น ลดโอกาสเกิดฝีซ้ำ

  • สมุนไพรบางชนิดมีฤทธิ์ลดหนองและการอักเสบโดยตรง เช่น ขมิ้นชัน เจตมูลเพลิง และรากช้าพลู


การดูแลสุขภาพโดยรวม

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เราควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ การดื่มน้ำให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงความเครียดก็เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้


การปรึกษาแพทย์

หากคุณมีอาการฝีซ้ำซาก หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้ฟรี! เพราะเราคือ


กรุงเทพทิพโอสถ "เคียงข้าง...ทุกลมหายใจ"


LINE OA: @bangkoktiposod  

โทร. 02-441-4966 ถึง 67


References (อ้างอิง)

Codex Alimentarius Commission. (2003) General Standard for Irradiated Foods: CODEX STAN 106-1983, Rev.1-2003. Rome: FAO/WHO. Available at: https://www.fao.org/fao-who-codexalimentarius/ (Accessed: 27 May 2026).

Food and Drug Administration. (2024) Food Irradiation: What You Need to Know. Available at: https://www.fda.gov/food/buy-store-serve-safe-food/food-irradiation-what-you-need-know (Accessed: 27 May 2026).

International Atomic Energy Agency. (n.d.) Food irradiation, benefits, use, standards. Available at: https://www.iaea.org/topics/food-irradiation (Accessed: 27 May 2026).

Phianphak, W., Rengpipat, S. and Cherdshewasart, W. (2007) ‘Gamma irradiation versus microbial contamination of Thai medicinal herbs’, Songklanakarin Journal of Science and Technology, 29(Suppl. 1), pp. 157–166. Available at: https://www.thaiscience.info/journals/Article/SONG/10462730.pdf (Accessed: 27 May 2026).

Thailand Institute of Nuclear Technology. (n.d.) Food, Herbs and Others Irradiation Services. Available at: https://www.tint.or.th/ (Accessed: 27 May 2026).

Centers for Disease Control and Prevention. (2024) Food Irradiation. Available at: https://www.cdc.gov/radiation-health/food-irradiation/index.html (Accessed: 27 May 2026).

United States Environmental Protection Agency. (2026) Food Irradiation. Available at: https://www.epa.gov/radtown/food-irradiation (Accessed: 27 May 2026).

International Atomic Energy Agency. (2015) Manual of Good Practice in Food Irradiation: Sanitary, Phytosanitary and Other Applications. Technical Reports Series No. 481. Vienna: IAEA. Available at: https://www-pub.iaea.org/MTCD/Publications/PDF/trs481web-98290059.pdf (Accessed: 27 May 2026).

Neramitmansook, N., Charoen, S., Chokechaijaroenporn, O. and Phianphak, W. (2012) ‘Application of gamma irradiation to reduce microbial contamination in herbal powder cosmetics’, Radiation Physics and Chemistry, 81(8), pp. 1249–1252. Available at: https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0969806X1100380X (Accessed: 27 May 2026).

Limsitthichaikoon, S. et al. (2024) ‘Consequences of Gamma Irradiation on Triphala’s Microbial Contamination, Antioxidant Activity and Marker Compounds’, Journal of Current Science and Technology. Available at: https://ph04.tci-thaijo.org/index.php/JCST/article/view/3632 (Accessed: 27 May 2026).


bottom of page